เรื่องเล่าสงครามโลกใน First World War Galleries ที่ Imperial War Museum, London, UK

IMG_0273
สถานที่ตั้ง :

Imperial War Museum (IWM) ตั้งอยู่ที่ถนน Lambeth เดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน Lambeth North หรือ Elephant & Castle เพียง 7 นาที จุดสังเกตคือถ้ามองเห็นปืนใหญ่ (HMS Chester) ที่ตั้งอยู่หน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ แสดงว่าถึงแล้วครับ (Location https://goo.gl/maps/BUaif8i1xJXtNmMe7)

Background :

Imperial War Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านสงครามที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ แต่เดิมอาคารนี้คือโรงพยาบาล Bethlem สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1916 และกลายมาเป็น IWM เมื่อ ค.ศ. 1936 ต่อมามีการปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยผู้ออกแบบส่วนปรับปรุงอาคารคือ Foster and Partner แล้วเสร็จเมื่อ ค.ศ. 2014 ซึ่งเป็นช่วงเวลาครบรอบ 100 ปี การเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ของสหราชอาณาจักร

แต่เดิมพิพิธภัณฑ์ทำหน้าที่รวบรวมวัตถุสำคัญที่เก็บสะสมจากสงครามต่าง ๆ ของสหราชอาณาจักร ปัจจุบันทำหน้าที่เล่าเรื่องราวแง่มุมต่าง ๆ ของสงคราม ประกอบไปด้วยนิทรรศการถาวรทั้งหมด 7 แกลลอรี คือ Witnesses to War, Curiosities of War, Peace and Security: 1945 – 2015, The Holocaust Exhibition, First World War Galleries, Lord Ashcroft Gallery: Extraordinary และ Heroes Turning Points: 1934 – 1945

สำหรับส่วนที่ผมจะพานำชมวันนี้คือ First World War Galleries ครับ

First World War Galleries

สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นมหาสงครามที่เกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ.1914 กินพื้นที่กว่าครึ่งโลก และเป็นมูลเหตุสำคัญของการเกิดมหาสงครามอีกครั้งในเวลาถัดมา

แกลลอรี First World War (WWI) อยู่ที่ชั้น 0 (ชั้นใต้ดิน) ออกแบบนิทรรศการโดย Casson Mann บริหารโครงการ และควบคุมงานก่อสร้างโดย Fraser Randell

จากบรรยากาศที่เย็นและเงียบสงบภายนอก เดินผ่านความน่าเกรงขามของปืนใหญ่ HMS Chester ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ เข้ามายังพื้นที่ชั้น 1 ซึ่งเป็นโถงกลาง เราจะพบกับการจัดวางวัตถุขนาดใหญ่อย่างมีจังหวะ เรียกได้ว่าเป็น Major attraction ของพื้นที่นี้ คือ จรวด เครื่องบินเจ็ท ปืนกล สร้างความตื่นเต้นและจุดอารมณ์ร่วมของสงครามได้ดีทีเดียวครับ (Size does matter นะครับ ฮ่า ฮ่า)

ลงมาที่ชั้น 0 (Underground Level) ก็จะพบกับทางเข้านิทรรศการสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ออกแบบอย่างเรียบง่าย เข้ากับบรรยากาศของโถงกลาง เมื่อเดินเข้าไป สัมผัสแรกที่ผมรู้สึก คือ สามารถมองเห็นภาพเค้าโครงของแกลลอรีทั้งหมดได้ในทันที ทั่วทั้งบริเวณถูกฉาบด้วยแสงสว่างเป็นหย่อม ๆ พร้อมกับเสียงเบา ๆ จากส่วนต่าง ๆ ของแกลลอรี เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีการกั้นผนังสูงเพื่อแบ่ง zoning แต่ใช้การออกแบบ furniture เป็นตัวกำหนดโซนและการเดินชม ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดลงได้มากเลยครับ นิทรรศการชุดแรกของแกลลอรีนี้ คือส่วน introduction มีการใช้ model กองเรืออังกฤษอันเกรียงไกร แสดงคู่กับภาพยนตร์ฉายเป็นฉากหลัง สื่อถึงบริบททางสังคมก่อนสงครามโลก ต่อด้วยผนังเล่าเรื่องช่วงเวลาแห่งการล่าอาณานิคม จนเกิดเป็นเครือจักรภพอังกฤษ มหาอำนาจของโลกในสมัยนั้น เป็นการปูเรื่องราวถึงความพร้อมและศักยภาพของกองทัพอังกฤษ ก่อนจะพาเราดำดิ่งเข้าสู่สงครามอันดุเดือดต่อไป

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ คือโต๊ะ Interactive ที่สื่อสารโดยใช้ภาพ illustrate แสดงสัญลักลักษณ์แทนประเทศต่าง ๆ ซึ่งเป็นขั้วอำนาจสำคัญในสงคราม เป็นภาพกราฟิกที่เข้าใจง่าย สนุก ชวนติดตาม นอกจากนี้ยังมีกราฟิกตัวหนังสือเป็น takeaway message แสดงบนผนังไม้สไตล์อังกฤษ ช่วยให้ผู้ชมจับประเด็นที่นิทรรศการต้องการสื่อสารได้ดีทีเดียวครับ
มาลองดูการออกแบบ furniture กันบ้าง ส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นแท่น มีความสูงหลายระดับ รูปทรงหลายเหลี่ยม สีเทา ผิวทราย ให้ความรู้สึกคล้ายกับกำลังเดินอยู่ตามแนวสนามเพลาะ

ส่วนกราฟิกให้ข้อมูลหลักเป็นป้ายโลหะพับไปมา มีการเอียงภาพ ปรับองศารับกับมุมยืนอ่านได้อย่างลงตัว บางส่วนเป็นการเจาะลงไปในผิวเฟอร์นิเจอร์ การให้ข้อมูลของนิทรรศการบางชุดจัดวางข้อมูลไว้หลาย layer เช่น จัดวางภาพ light box ในระยะไกลตา ถัดเข้ามาเป็นวัตถุจัดแสดงขนาดใหญ่ และวางวัตถุจัดแสดงขนาดเล็กพร้อมกราฟิกคำอธิบายในระยะใกล้ผู้ชมที่สุด เมื่อดูภาพรวมทั้งชุด มันดูลงตัว ให้ทั้งข้อมูลและความรู้สึกถึงสภาพเหตุการณ์นั้นอย่างชัดเจนในทุกมิติ

“ของทุกชิ้นล้วนมีเรื่องราว” ผมเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้จริง ๆ ครับ เพราะวัตถุสำคัญกว่า 1,300 ชิ้น ที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการนี้ล้วนมีเรื่องเล่าของตนเอง หลายชิ้นไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น อาวุธ เครื่องแบบ บันทึก รูปถ่าย ป้าย อาหารกระป๋อง หรือแม้แต่จดหมายของทหารถึงครอบครัว ท่ี่บรรยายบรรยากาศการสู้รบของแนวหน้าได้อย่างสะเทือนใจ วัตถุจัดแสดงหลายชิ้นแสดงในลักษณะของ collections จัดวางในตู้กระจกบ้าง บางส่วนถูกนำมาจัดแสดงร่วมกับสื่อ interactive บ้าง จัดวางประกอบการเล่าเรื่องด้วยเสียงหรือภาพยนตร์บ้าง ทำให้การเล่าเรื่องไม่น่าเบื่อ แถมยังช่วยให้เราจินตนาการถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่าง “เห็นภาพ” จริง ๆ ครับ

ตัวอย่างนิทรรศการที่ถูกนำมาจัดแสดงร่วมกับสื่อ Interactive

ชุดนิทรรศการนี้ถือว่าเป็นภาพจำที่โดดเด่นของแกลลอรีนี้ก็ว่าได้ ใช้เทคนิคง่าย ๆ ครับ คือใช้ Die cut รูปกลุ่มทหารกำลังวิ่งเป็นฉากรับภาพ
และทำการฉายภาพ Illustrate ทหารวิ่งฝ่าดงกระสุนบุกเข้าหาศัตรูลงไป บางครั้งการสร้างความประทับใจหรือความจดจำให้กับนิทรรศการ
ก็ไม่ต้องใช้การลงทุนมากนัก เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจครับ
มาถึงชุดนิทรรศการที่ผมประทับใจที่สุด คือการจำลองฉากสนามเพลาะขนาดเท่าจริง ซึ่งมืด แคบ ได้ยินเสียงการพูดคุยของทหารและการต่อสู้เป็นระยะ ๆ มีเครื่องบิน Camel fighter plane และรถถัง Mark V รถถังพิฆาตที่จัดวางเหมือนกำลังเคลื่อนที่ข้ามหัวเราไป เสียงบรรยากาศของรถถัง เครื่องบิน ระเบิด ภาพเงาของทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ เคลื่อนที่ไปมา สำหรับคนที่ไม่เคยเฉียดเข้าใกล้สงครามอย่างผม การจำลองนี้สร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น และช่วยให้จินตนาการถึงความพยายามรักษาชีวิตในสภาพสงครามแบบนี้ได้อย่างสุดจะบรรยายจริง ๆ

โดยรวมแล้ว แกลลอรี First World War นี้มีความน่าตื่นตาด้วยเทคนิคการจัดแสดงที่ทันสมัย มี tempo ของ อารมณ์ที่หลากหลายและลงตัว ทั้งสนุก ตื่นเต้น ระทึกใจ หดหู่ ที่เป็นเอกลักษณ์มากที่สุดสําหรับแกลลอรีนี้ คือ collections ที่ไม่สามารถหาดูได้จากที่ไหน การตีความและถ่ายทอดเนื้อหาทําได้อย่างน่าติดตาม จนต้องเข้าไปดู ไปเล่น ไปอ่าน ในทุก ๆ จุดของนิทรรศการ การออกแบบหลายชุดทําได้อย่างลงตัว ลองดูครับ หากคุณมีโอกาสได้ไปเยือนลอนดอน ลองเผื่อเวลาสักสองสามชั่วโมงให้กับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ลงในโปรแกรมของคุณ แล้วยิ่งถ้าคุณเป็นคนชอบเดินพิพิธภัณฑ์อยู่แล้ว ไม่เสียใจแน่ครับ บอกได้เลยว่าสุดจริง ๆ ….