หากคุณเคยเข้าไปเดินในพิพิธภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ จะเห็นได้ว่านิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์นั้นมีองค์ประกอบมากมาย ตั้งแต่งานออกแบบโครงสร้าง งานศิลปกรรม งานกราฟิกให้ข้อมูล และอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญและขาดไม่ได้ คืองานสื่อวีดิทัศน์และปฏิสัมพันธ์ หรือเรียกว่างานมัลติมีเดีย (Multimedia) ที่มีส่วนช่วยให้คำว่า “พิพิธภัณฑ์” ฟังดูสนุก ไม่ฟังดูง่วงอีกต่อไป ที่สำคัญ ยังทำหน้าที่ engage หรือผูกพันผู้ชมเข้ากับนิทรรศการด้วยการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันอีกด้วย
     เมื่อลองนึกถึงดิสนีย์หรือดรีมเวิร์กที่ใช้เวลาทำแอนิเมชั่นเรื่องหนึ่งเป็นปี ๆ หรือหลายปี และมีเครดิตตอนท้ายของผู้ร่วมสร้างงานชิ้นนั้นยาวเป็นหางว่าวชนิดที่นั่งดูกันได้ยาว 3-4 นาที งานผลิตมัลติมีเดียก็แทบไม่ต่างกัน กว่าจะได้แอนิเมชั่นหนึ่งเรื่อง เกมหนึ่งเกม ต้องใช้เวลา ทีมงาน และนักวิชาการจำนวนมาก แต่สิ่งที่ต่างกันคือผู้เข้าชมในโรงหนังมีเก้าอี้นุ่ม ๆ สบาย ๆ นั่งดูเรื่องราวที่ร้อยเรียงจนจบภายในสองชั่วโมง แต่ในพิพิธภัณฑ์ ไม่ว่าจะมีขนาดเล็ก เพียง 800 ตารางเมตร หรือขนาดใหญ่อย่างพิพิธภัณฑ์พระรามเก้าซึ่งมีพื้นที่พอ ๆ กับสนามฟุตบอล และเป็นนิทรรศการที่เดินชมได้อย่างอิสระ เล่าเรื่องราวอันหลากหลายและซับซ้อน ต่างก็มีโจทย์เดียวกัน คือ เราจะถ่ายทอดให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อหาภายในพื้นที่และเวลาอันจำกัดได้อย่างไร

The multitalented - การเริ่มทำงานที่ไม่ได้ใช้เพียงสมอง แต่ต้องใช้ความเข้าใจและประสบการณ์

     หัวใจของพิพิธภัณฑ์คือการสื่อสารเนื้อหาสาระที่เป็นกลาง ตรงประเด็น ก่อให้เกิดความรู้ และแรงบันดาลใจ ดังนั้นภายหลังการค้นคว้าข้อมูล ทั้งจากหนังสือ การบันทึก การสัมภาษณ์ หรือการพูดคุยกับเหล่านักวิชาการ ข้อมูลจำนวนมหาศาลเหล่านี้ ได้ถูกสกัด กลั่นกรอง ทบทวน และตีความ แปลงเป็นสื่อต่าง ๆ ซึ่งต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์เฉพาะทางอย่างมาก การเลือกว่าจะใช้สื่อประเภทไหน ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอที่ต้องยกกองไปถ่ายทำ หรือจะเลือกสื่อสารด้วยแอนิเมชั่น เสียง ตัดต่อฟุตเทจ เกม หรือสื่อปฏิสัมพันธ์รูปแบบอื่น ๆ อย่าง Virtual reality ต้องพิจารณาความเหมาะสมต่อผู้ชมและเนื้อหาเป็นสำคัญ เพราะวิธีการรับสารของผู้ชมพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างมีลักษณะที่เป็นแบบแผนเฉพาะ ทั้งการใช้พื้นที่ เวลา และ learning style ที่แตกต่างกัน ดังนั้น การออกแบบชุดนิทรรศการที่เหมาะสมในการสื่อสารข้อมูลจึงเป็นงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจในธรรมชาติของผู้เข้าชมมากพอสมควร

The multifunction - ทีมงานที่มากมายและหลากหลายความสามารถ

     อย่างที่ Steve Jobs กล่าวไว้ว่า “Great things in business are never done by one person; they’re done by a team of people.” (สิ่งดี ๆ ในงานไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว แต่เกิดจากทีมงาน) ยกตัวอย่างงานมัลติมีเดียภายในพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ประกอบด้วยทีมงานมากมาย ตั้งแต่งานเนื้อหาที่ผ่านการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนโดยนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ งานออกแบบเพื่อตีความเนื้อหาออกมาเป็นชุดนิทรรศการ จากนั้นฝ่ายผลิตเข้ามารับช่วงต่อโดยเลือกว่าจะผลิตงานออกมาอย่างไร ให้ใช้เวลาชมที่กระชับแต่ยังคงดึงความสนใจของผู้เข้าชมได้โดยมีเนื้อหาครบถ้วนและเป็นไปตามที่ต้องการสื่อสาร
ยกตัวอย่าง คนไทยส่วนมากมักคิดว่าทะเลทรายมีอยู่ที่ตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ความจริงแล้วทะเลทรายกระจายตัว
อยู่เกือบทั่วโลกและมีสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกันเลย วิถีชีวิตของผู้คน พืช สัตว์ ต่างก็แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ฝ่ายผลิตต้องดึงคาแรคเตอร์ของแต่ละทะเลทรายออกมาให้ได้ และร้อยเรียงเรื่องราวเพื่อให้เห็นความแตกต่าง ซึ่งการสื่อสารเนื้อหาชุดนี้ทางทีมได้เลือกวิธีการนำเสนอหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภาพยนตร์ 4D เพื่อสร้างประสบการณ์เสมือนจริง พาผู้เข้าชมท่องไปในทะเลทรายรอบโลก หรือ VDO ในชุดนิทรรศการ Desert Tent มี Khalid พระเอกสมมติ เป็นคนเล่าเรื่องการใช้ชีวิตของผู้คนในสภาพแวดล้อมอันท้าทายของทะเลทรายต่าง ๆ เสริมสร้างความสมจริงโดยจัดแสดงคู่กับการจำลองข้าวของเครื่องใช้ของพวกเขาเหล่านั้น หรือเกมฟื้นฟูทะเลทราย ซึ่งจำลองมาจากโครงการที่มีอยู่จริงของประเทศบูร์กีนา ฟาโซ ในทวีปแอฟริกา เพื่อสื่อสารว่าผู้คนในทะเลทรายแต่ละแห่งมีวิธีจัดการดินและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างไร และสร้างความตระหนักในเรื่องผลกระทบของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการลงมือ (ทำ) เล่นเกม
     ดังนั้น การร่วมมือกันของทีมงานต่าง ๆ ตั้งแต่นักวิชาการผู้รอบรู้เรื่องราวเฉพาะ ทีมวิจัยเนื้อหาสาระ นักออกแบบนิทรรศการที่มากประสบการณ์ นักพากย์เสียง โปรแกรมเมอร์ นักออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์ นักวาดแอนิเมชั่น ทีมงานถ่ายทํา ไปจนถึง ทีมติดตั้งโสตทัศนูปกรณ์ (hardware) และอื่น ๆ เป็นองค์ประกอบสําคัญที่ทําให้งานมัลติมีเดียในพิพิธภัณฑ์ออกมาเสร็จสมบูรณ์

The multi-tecnique - เทคนิคสุดอลัง

     นอกจากการตีความแล้ว เทคนิคในการนําเสนอก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้พิพิธภัณฑ์มีความน่าสนใจ อย่างพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า มีการเลือกใช้สื่อที่ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการสื่อสารเป็นสําคัญ เช่น Full Dome Theater ที่พาผู้เข้าชมย้อนเวลากลับไปยังจุดเริ่มต้น ของทุกสรรพสิ่งในจักรวาล Mapping Projection แสงออโรร่าเพื่อสร้างบรรยากาศให้กับชุดนิทรรศการ From pole to pole โรงหนัง 4D ที่สร้างประสบการณ์ของทะเลทรายรอบโลก Virtual reality ที่แสดงชีวิตในผืนป่านีโอทรอปิกอย่างใกล้ชิด และยังมีเทคโนโลยีอื่น ๆ อย่าง Motion sensor, Wall interactive การถ่ายทํา VDO การทํา Computer graphic รวมถึงการเลือกสรรฟุตเทจ ที่สวยงาม ตระการตา

The multiplex - วันที่สำเร็จ

     เมื่อได้ทุกอย่างที่เป็น Final version จากทีมงานฝ่ายผลิต ก็ถึงเวลานําไปติดตั้งในพื้นที่เพื่อทดสอบระบบแสง สี เสียง ปรับ แก้ไขให้สมบูรณ์ที่สุด และเหมาะสมกับพื้นที่จริง โดยงานอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์หรือฮาร์ดแวร์ก็เป็นอีกจุดหนึ่งของการทําสื่อมัลติมีเดีย ที่สําคัญ เพราะภาพที่สวยมักจะสวยยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อมองผ่านเลนส์ที่ดี ดังนั้น ขั้นตอนสุดท้ายในการทํางานจึงต้องมั่นใจว่าเมื่อพิพิธภัณฑ์ เปิดทําการจริง สิ่งที่เราทําจะสร้างประสบการณ์และความน่าตื่นตาตื่นใจให้ผู้เข้าชมได้
     งานมัลติมีเดียที่ดีถือเป็นส่วนสําคัญและเป็นจุดแข็งที่ทําให้เกิดความหลากหลายในการนําเสนอเนื้อหาสาระ เปลี่ยนภาพพิพิธภัณฑ์โบราณที่ดูเก่าและน่าเบื่อให้ทันสมัย และเสริมสร้างคุณค่าให้พิพิธภัณฑ์กลายเป็น attraction สําคัญ ทําให้คนตั้งใจอยากมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ได้ไม่ยากเลย