ดึกดำบรรพ์ชนบนถนนสายกัญชา

RAMA IX_exhibit

นิทรรศการ “เทคโนโลยีแรกของไทย” โซน Human Odyssey พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า
มีการจัดแสดงตัวอย่างผ้าเส้นใยกัญชง

      ก่อนที่เราจะย้อนเวลาไปดูร่องรอยกัญชาชนยุคหิน เราควรเข้าใจคำว่า “กัญชา” และ “กัญชง” เสียก่อน ซึ่งสรุปสั้น ๆ ได้ว่า เป็นพืชในสกุลเดียวกัน แตกต่างกันตรงที่ปริมาณสารพฤกษเคมีตัวหนึ่งที่ชื่อว่า THC (Tetrahydrocannabinol) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้เมื่อใช้กัญชาจึง “เมา” ในขณะที่กัญชงนั้น “ไม่เมา” และสามารถนำเส้นใยมาใช้ประโยชน์

ถนนสายกัญชาอันไกลโพ้น
จุดกำเนิดของกัญชากัญชง
      อาจย้อนกลับไปได้ไกลกว่าช่วงเวลาเก่าแก่ที่สุดที่พบหลักฐานบรรพบุรุษมนุษย์ มีการค้นพบฟอสซิลละอองเกสรกัญชากัญชงที่เก่าแก่ที่สุด ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ซึ่งมีอายุถึง 19.6 ล้านปี อย่างไรก็ตามวิธีการศึกษาที่เรียกว่า Molecular clock analysis (ซึ่งในบางครั้งถูกเรียกว่า Gene clock หรือ Evolutionary clock) ทำให้ทราบว่ากัญชากัญชง มีวิวัฒนาการแยกสายจากพืชในสกุลฮ็อพ เมื่อ 27.8 ล้านปี ที่แล้ว หรือประมาณ 28 ล้านปีที่แล้ว ! ซึ่งวิธีการที่นักวิทยาศาสตร์นำมาใช้ศึกษาก็คือ นำตัวอย่างฟอสซิลละอองเกสร จำนวน 155 ตัวอย่าง มาทำการวิเคราะห์และแยกประเภท จนได้พืช 3 กลุ่ม ได้แก่ พืชสกุลฮอปส์ (Humulus

กัญชากัญชงป่า และกัญชากัญชงปลูก (Cannabis)
      แล้วการแยกประเภทละอองเกสรพืช ทำไปเพื่ออะไร ?
      การแยกประเภทละอองเกสร ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทราบถึงการกระจายตัวของฟอสซิลละอองเกสรพืช ว่าอยู่ในพื้นที่ไหน อย่างไรบ้าง ถึงแม้ว่าเราจะทราบช่วงเวลาที่กัญชากัญชงถือกำเนิดขึ้นบนโลกนี้ แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถระบุแน่ชัดลงไปได้ว่า กัญชากัญชงมีถิ่นกำเนิดอยู่ในบริเวณใดกันแน่ ทราบแต่เพียงว่าอยู่บริเวณเอเชียกลาง ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงใช้ข้อมูลเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของฟอสซิลละอองเกสรทั้ง 155 ตัวอย่าง มาประกอบกับองค์ความรู้เดิม 2 ส่วน คือเรื่องสภาพแวดล้อมกับพืชชนิดอื่นที่เจริญเติบโตและพบร่วมกันเสมอมาช่วยอธิบายข้อสงสัยนี้     

ตำแหน่งการกระจายตัวของฟอสซิลละอองเกสร 155 ตัวอย่าง (ภาพจาก John M. McPartland, William Hegman & Tengwen Long “Cannabis in Asia: its center 
of origin and early cultivation, based on a synthesis of subfossil pollen and 
archaeobotanical studies)

     พืชสกุลฮอปส์ (Humulus) เติบโตในป่าร่วมกับไม้ยืนต้นอื่น เช่น โอ๊ค บีช วิลโลว์ หลิว ในขณะที่กัญชากัญชงเติบโตในทุ่งหญ้าสเตปป์ และมักจะมีพืชในสกุล อาร์ทีมิเซีย (Artemisia) เจริญเติบโตร่วมด้วยเสมอ นักวิทยาศาสตร์จึงใช้ตำแหน่งที่ตั้งที่พบฟอสซิลละอองเกสรของอาร์ทีมิเซียที่เก่าแก่ที่สุดมาประกอบด้วย ซึ่งนั่นก็คือ บริเวณทะเลสาบชิงไห่ (Qinghai) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของที่ราบสูงธิเบตนั่นเอง

พืชในสกุลอาร์ทีมิเซีย (Artemisia)
ทะเลสาบชิงไห่ในปัจจุบัน

     ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์จึงมีข้อสรุปว่า กัญชากัญชงมีต้นกำเนิดอยู่บริเวณทะเลสาบชิงไห่ จากนั้นจึงแพร่กระจายไปยังทวีปยุโรปและรัสเซีย เมื่อประมาณ 6 ล้านปีก่อน ต่อมาประมาณ 1.2 ล้านปีก่อน ได้แพร่กระจายมายังประเทศจีน และประมาณ 32,600 ปีก่อน จึงแพร่กระจายมายังประเทศอินเดีย
     เล่าเรื่องมาซะยืดยาวขนาดนี้ พาย้อนดูวิวัฒนาการของกัญชากัญชงเป็นหลายล้านปี สงสัยหรือไม่ว่า บรรพบุรุษมนุษย์ของเรารู้จักกัญชากัญชง และใช้งานเจ้าพืชชนิดนี้อย่างไร ?

 

ย้อนรอยนักล่าสไตล์กัญชาชน
     จากการขุดค้นทางโบราณคดีที่แหล่ง Pavlov สาธารณรัฐเช็ก ช่วงปี ค.ศ. 1993 มีการนำเสนอประเด็นใหม่เกี่ยวกับรูปแบบการล่าสัตว์ของมนุษย์ในช่วงยุคน้ำแข็ง ซึ่งอาจไม่ได้มีเพียงการใช้อาวุธและพละกำลังมหาศาลในการล่าสัตว์ใหญ่ อย่างเช่น แมมมอธ แต่เป็นไปได้ว่าอาจประดิษฐ์เครื่องมือรูปแบบอื่น เช่น ตาข่าย เพื่อดักจับสัตว์ขนาดเล็ก และเรียกการล่าสัตว์ด้วยวิธีนี้ว่า Net hunting ที่มาของข้อสันนิษฐานนี้ เกิดจากการค้นพบชิ้นส่วนดินเผาเล็ก ๆ ที่มีร่องรอยการกดประทับของเครื่องมือเครื่องใช้ ที่อาจถักหรือทอจากเส้นใยพืชบางชนิด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าน่าจะเป็นเส้นใยของต้นตำแยหรืออาจเป็น กัญชง มีการกำหนดอายุสมัยระหว่าง 26,980 – 24,870 ปีมาแล้ว จึงอาจตีความได้ว่า มนุษย์รู้จักการใช้ตาข่ายดักจับสัตว์ ทำให้นักโบราณคดีเชื่อมโยงไปอีกประเด็นหนึ่ง คือ ใครบ้างที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิต และใครบ้างเป็นผู้ใช้งานเครื่องมือนี้ เป็นไปได้ว่า มนุษย์ทุกเพศและวัยในวัฒนธรรมนี้สามารถประดิษฐ์และใช้งานเครื่องมือชนิดนี้ได้ ซึ่งผู้หญิงและเด็กอาจมีบทบาทสำคัญในขั้นตอนการฟั่นเส้นใยและถักตาข่าย หรือแม้กระทั่งดักจับสัตว์ด้วยตัวเองก็ได้ ดังนั้นวิธีการล่าสัตว์แบบ Net hunting จึงอาจมีทั้ง หนุ่มนักล่า, สาวนักล่า หรือหนูน้อยนักล่า ก็ได้

     อย่างไรก็ตามมนุษย์ในสมัยนั้น คงใช้ประโยชน์จากกัญชงที่เติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติ เพราะไม่พบหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นว่ามีการเพาะปลูกกัญชง เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ เริ่มสงสัยหรือยังว่า มนุษย์ค้นพบการใช้ประโยชน์อื่น ๆ จากกัญชาและกัญชงเมื่อไหร่ ? คำตอบอยู่ในตอนต่อไป…

อ่านเพิ่มเติม
การศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตโบราณ นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้ความรู้เกี่ยวกับ DNA มาไขปริศนามากมาย ทำให้เราเข้าใจถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ลองมาดูว่านักวิทยาศาสตร์มีวิธีการศึกษาอย่างไร และใช้หลักการอะไรในการตรวจสอบ : 

https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0960982216303165
https://theconversation.com/dna-dating-how-molecular-clocks-are-refining-human-evolutions-timeline-65606

อ้างอิง
Pringle, Heather. “Ice Age Communities may be the earliest known net hunters”, https://science.sciencemag.org/content/277/5330/1203

McPartland, John and William Hegman. “Cannabis utilization and diffusion patterns in prehistoric Europe: a critical analysis of archaeological evidence”. https://www.researchgate.net/publication/320990529/

John M. McPartland, William Hegman & Tengwen Long “Cannabis in Asia: its center of origin and early cultivation, based on a synthesis of subfossil pollen and archaeobotanical studies.” https://www.researchgate.net/publication/333095729/